Fast & Furious: Hobbs & Shaw (2019) เร็ว…แรงทะลุนรก ฮ็อบส์ & ชอว์ – มหาศึกคู่ปรับพันธุ์ดุแท็กทีมกู้โลก สยบวายร้ายไซบอร์ก และการซิ่งลุยเดือดจากลอนดอนสู่ซามัว
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวแอ็กชันบล็อกบัสเตอร์ระห่ำโลก (High-Octane Blockbuster Action & Buddy-Duo Spectacle) มาอย่างต่อเนื่อง Fast & Furious: Hobbs & Shaw (2019) ผลงานการกำกับของ เดวิด ลิตช์ (David Leitch) ผู้กำกับมือฉมังจาก John Wick, Atomic Blonde และ Deadpool 2 คือภาพยนตร์ภาคแยก (Spin-off) เรื่องแรกของจักรวาล Fast & Furious ที่เปี่ยมด้วยคิวบู๊สตันท์ระดับพระกาฬ, มุกตลกจิกกัดแสบสันระหว่างสองคู่ปรับตลอดกาล, และฉากแอ็กชันวินาศสันตะโรสุดเว่อร์วัง ภาพยนตร์พาผู้ชมไปติดตามการจับคู่เฉพาะกิจของ “ลุค ฮ็อบส์” เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายร่างยักษ์ และ “เด็คการ์ด ชอว์” อดีตสายลับหน่วยรบพิเศษนอกคอก ในภารกิจหยุดยั้งไวรัสมรณะล้างโลก
เรื่องย่อ: ไวรัสสังหารพันธุกรรมสู่ศึกประจัญบานสองขั้วกู้โลก
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ “แฮตตี้ ชอว์” (Hattie Shaw) เจ้าหน้าที่สาวสังกัด MI6 และน้องสาวแท้ๆ ของเด็คการ์ด ชอว์ ได้เข้าชิงไวรัสชีวภาพสังหาร “สโนว์เฟล็ก” (Snowflake) ที่สามารถคร่าชีวิตประชากรโลกได้ในพริบตา เพื่อไม่ให้ตกไปอยู่ในมือขององค์กรก่อการร้ายลับล้ำยุค “เอทีออน” (Eteon) เธอจึงตัดสินใจฉีดแคปซูลไวรัสเข้าสู่ร่างกายตัวเองและหลบหนีไป ทว่ากลับถูกจัดฉากใส่ร้ายว่าเป็นผู้ทรยศสังหารเพื่อนร่วมทีม
สถานการณ์วิกฤตนี้ทำให้หน่วยงานข่าวกรองทั่วโลกต้องดึงตัวสองศัตรูคู่อาฆาตที่ไม่มีใครยอมใครอย่าง “ลุค ฮ็อบส์” (Luke Hobbs) และ “เด็คการ์ด ชอว์” (Deckard Shaw) มาร่วมมือกัน ทั้งคู่ต้องแข่งกับเวลาเพื่อปกป้องแฮตตี้ และสกัดกั้นการตามล่าของ “บริกซ์ตัน ลอร์” (Brixton Lore) อดีตสายลับผู้ได้รับการผ่าตัดดัดแปลงร่างกายด้วยไซเบอร์เนติกส์จนกลายเป็น “ซูเปอร์ฮิวแมน” ไร้พ่าย การไล่ล่าข้ามทวีปปะทุขึ้นตั้งแต่ใจกลางกรุงลอนดอน เตาปฏิกรณ์ร้างในเชอร์โนบิล ไปจนถึงเกาะซามัว ดินแดนบ้านเกิดของฮ็อบส์ ที่ซึ่งเทคโนโลยีสุดล้ำต้องปะทะกับพลังแห่งจิตวิญญาณและประเพณีของครอบครัว
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
Fast & Furious: Hobbs & Shaw (2019) โดดเด่นด้วย การผสานงานสตันท์มือเปล่าระยะประชิดอันดุดันเข้ากับฉากไล่ล่าด้วยยานพาหนะระดับปรากฏการณ์ (Kinetic Stunt Choreography & Over-the-Top Vehicle Action) สไตล์การกำกับของ เดวิด ลิตช์ ช่วยยกระดับฉากต่อสู้ให้มีความเฉียบคม สมจริง และเน้นพลังการปะทะ ผสานกับเคมีความขัดแย้งสุดฮาของ ดเวย์น จอห์นสัน (Dwayne Johnson) และ เจสัน สเตแธม (Jason Statham) ที่ประชันฝีปากและหมัดมวยกันได้อย่างถึงพริกถึงขิง ร่วมด้วย วาเนสซา เคอร์บี้ (Vanessa Kirby) ในบทแฮตตี้ที่โชว์คิวบู๊ได้อย่างสง่างาม และ อิดริส เอลบา (Idris Elba) ในบทวายร้ายไซบอร์กสุดน่าเกรงขาม
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การตอกย้ำคุณค่าของสถาบันครอบครัวและการคืนดีกับอดีต (The Universal Fast Saga Core of Brotherhood, Heritage, and Family) แม้ตัวหนังจะก้าวข้ามไปสู่แนวไซไฟแอ็กชัน แต่แก่นแท้ยังคงหนักแน่นอยู่กับการยอมรับความแตกต่าง การเยียวยาบาดแผลในตระกูล และการผนึกกำลังเพื่อปกป้องคนที่ตนรัก
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- เคมีความเข้าขาและความกวนประสาทของ Dwayne Johnson และ Jason Statham: การรับส่งมุกตลกเชือดเฉือนและฉากบู๊แท็กทีมที่ทรงพลัง
- ฉากแอ็กชันสุดสร้างสรรค์ระดับตำนาน: ฉากโรยตัวดิ่งตึกระฟ้าในลอนดอน และฉากรถกระบะซามัวต่อพ่วงดึงเฮลิคอปเตอร์ตกหน้าผา
- บทบาทและคิวบู๊สุดโดดเด่นของ Vanessa Kirby: สเน่ห์และความแข็งแกร่งของสายลับหญิง MI6 ที่ขโมยซีนได้ทุกฉาก
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Action, Blockbuster, Buddy Comedy, Fast & Furious และ Sci-Fi Action: ภาพยนตร์แอ็กชันฟอร์มยักษ์ระดับปรากฏการณ์ที่มอบความมันสะใจและอะดรีนาลีนพลุ่งพล่านตลอด 2 ชั่วโมงเต็ม