Coma (2019) โคม่า – มิติพิศวงแห่งเศษเสี้ยวความทรงจำ การเอาชีวิตรอดจากเงาปีศาจ และการตื่นรู้ในโลกคู่ขนาน
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวไซไฟแฟนตาซีเซอร์เรียลลิสม์และมิติคู่ขนานสุดล้ำ (Sci-Fi Surrealist Action & Russian Visual Effects Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง Coma (2019) หรือในชื่อภาษารัสเซีย Koma (Кома) ผลงานการกำกับของ นิกิตา อาร์กูนอฟ (Nikita Argunov) ผู้กำกับและผู้เชี่ยวชาญด้านวิชวลเอฟเฟกต์ระดับแนวหน้าของรัสเซีย คือภาพยนตร์ไซไฟที่สร้างความตื่นตะลึงด้วยจินตนาการไร้ขอบเขต, การเนรมิตโลกแห่งจิตใต้สำนึกที่บิดเบี้ยวและเชื่อมโยงกันอย่างน่าอัศจรรย์, และการนำเสนอคอนเซปต์ “โลกในสภาวะโคม่า” ออกมาเป็นภาพที่ชวนลุ่มหลง ภาพยนตร์พาผู้ชมร่วมเดินทางไปกับสถาปนิกหนุ่มที่ตื่นขึ้นมาในมิติปริศนาที่กฎฟิสิกส์ถูกทำลาย เพื่อหาทางเอาชีวิตรอดและกลับสู่โลกแห่งความจริง
เรื่องย่อ: อุบัติเหตุปริศนาสู่การผจญภัยในแดนโคม่าและการเปิดโปงแผนการลับ
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ “วิกเตอร์” (Viktor) สถาปนิกหนุ่มฝีมือดี ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างรุนแรงจนหมดสติ เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขากลับพบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาล แต่อยู่ในโลกประหลาดที่เศษซากอาคาร แม่น้ำ ภูเขา และเมืองต่างๆ ลอยเคว้งคว้างเชื่อมต่อกันอย่างไร้ทิศทางและไร้แรงโน้มถ่วง ที่นี่คือ “แดนโคม่า” (COMA) มิติที่สร้างขึ้นจากเศษเสี้ยวความทรงจำที่กระจัดกระจายของผู้ป่วยที่อยู่ในอาการโคม่า
ในโลกใบนี้ วิกเตอร์ได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่มผู้รอดชีวิตที่ตั้งค่ายหลบภัย ซึ่งมีผู้นำคือ “ยาน” (Yan) ชายลึกลับที่พยายามสร้างดินแดนปลอดภัย ทุกคนในมิตินี้ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายจาก “รีปเปอร์” (Reapers) สิ่งมีชีวิตเงาดำรูปร่างอัปลักษณ์ที่เกิดจากเนื้อสมองส่วนที่ตายแล้วของผู้ป่วย ซึ่งคอยไล่ล่ากลืนกินจิตวิญญาณของผู้รอดชีวิต เมื่อวิกเตอร์ค้นพบว่าเขามีพลังพิเศษในการ “สร้างและดัดแปลงสถาปัตยกรรม” ในโลกแห่งนี้ด้วยความคิด เขาจึงกลายเป็นความหวังสำคัญของกลุ่ม ทว่ายิ่งเข้าใกล้ความจริง เขากลับพบว่าการตกอยู่ในอาการโคม่าครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการทดลองลับสุดอันตรายในโลกความเป็นจริง
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
Coma (2019) โดดเด่นด้วย การสร้างสรรค์งานภาพวิชวลเอฟเฟกต์ระดับปรากฏการณ์ที่ผสมผสานความเซอร์เรียลเข้ากับงานสถาปัตยกรรมสุดล้ำ (Mind-Bending Visuals & Surreal Architectural Concept) การออกแบบทัศนียภาพของแดนโคม่าได้รับอิทธิพลจากศิลปะแนวเหนือจริงและผลงานภาพลวงตา ผสานกับฉากแอ็กชันไร้แรงโน้มถ่วงที่ตื่นตาตื่นใจ พร้อมการแสดงของ รินัล มูคาเมตอฟ (Rinal Mukhametov) ในบทวิกเตอร์ ที่ถ่ายทอดความสับสน ความหวาดกลัว และความฉลาดในการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อเอาตัวรอด ร่วมด้วย อันโตน ปัมปุชนีย์ (Anton Pampushnyy) และ ลิวบอฟ อักเซโนวา (Lyubov Aksyonova)
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การสำรวจเส้นแบ่งระหว่างความจริงกับความลวง และคุณค่าของเจตจำนงเสรี (An Introspective Journey into Memory, Illusion, and Free Will) หนังตั้งคำถามเชิงปรัชญาอย่างลึกซึ้งว่า มนุษย์ควรเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ในโลกแห่งจินตนาการอันสมบูรณ์แบบที่ไร้ความเจ็บปวด หรือควรเลือกที่จะตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับโลกความเป็นจริงที่บกพร่องและเต็มไปด้วยความทุกข์ยาก
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- งานออกแบบ Visual Effects และ CGI ระดับโลก: มิติโลกโคม่าที่บิดเบี้ยว ลอยเคว้ง และไร้แรงโน้มถ่วงที่สวยงามและแปลกใหม่
- คอนเซปต์พลังสถาปนิกสร้างโลก: การใช้ความคิดสร้างสรรค์เสกสะพาน อาคาร และอาวุธขึ้นมากลางอากาศในชั่วพริบตา
- ความลุ้นระทึกจากเหล่า Reaper มอนสเตอร์เงาดำ: สิ่งมีชีวิตแห่งความตายที่สร้างความหวาดผวาและกดดันทุกครั้งที่ปรากฏตัว
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Sci-Fi, Inception-style, Action, Fantasy และ Russian Cinema: ภาพยนตร์ไซไฟฟอร์มยักษ์ที่มอบทั้งความตื่นเต้น งานภาพตระการตา และพล็อตเรื่องหักมุมที่น่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง