The Devil on Trial (2023): สารคดีคดีฆาตกรรมสุดสะพรึงกับการอ้างเหตุปีศาจสิงสู่ในชั้นศาลสหรัฐฯ
ดำดิ่งสู่คดีประวัติศาสตร์อันน่าขนลุกของกระบวนการยุติธรรมอเมริกันใน “The Devil on Trial พิพากษาปีศาจ (2023)” ภาพยนตร์สารคดีอาชญากรรมแนวจิตวิทยาและสยองขวัญจาก Netflix ผลงานการกำกับของ Chris Holt ที่พาผู้ชมไปสำรวจคดีสะเทือนขวัญในปี 1981 ของ อาร์นี เชเยนน์ จอห์นสัน (Arne Cheyenne Johnson) ชายหนุ่มผู้ก่อเหตุฆาตกรรมเจ้าของบ้านเช่า โดยทนายฝ่ายจำเลยพยายามใช้ข้อต่อสู้ที่ไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือ “การถูกปีศาจครอบงำ” จนกลายเป็นคดีโด่งดังไปทั่วโลก
สารคดีเรื่องนี้นำเสนอหลักฐานจริงอย่างครอบคลุม ทั้งเทปบันทึกเสียงพิธีไล่ผี รูปถ่ายโพลารอยด์เหตุการณ์จริงในอดีต ผสานกับการจำลองเหตุการณ์และการสัมภาษณ์เปิดใจบุคคลจริงที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงตัวอาร์นีและสมาชิกครอบครัวกลัตเซล (Glatzel) พร้อมทั้งตั้งคำถามชวนคิดถึงเส้นแบ่งระหว่างความเชื่อเหนือธรรมชาติ ปัญหาสุขภาพจิต และการบิดเบือนข้อเท็จจริงในกระบวนการยุติธรรม
เรื่องย่ออย่างเป็นทางการ (Official Plot)
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เดวิด กลัตเซล เด็กชายวัย 11 ปี เริ่มแสดงพฤติกรรมผิดปกติอย่างรุนแรง ทั้งการชักเกร็ง กรีดร้อง และพูดภาษาละติน ครอบครัวจึงเชื่อว่าเขาถูกปีศาจสิงสู่และได้ขอความช่วยเหลือจาก เอ็ด และ ลอร์เรน วอร์เรน นักสืบสวนเรื่องลี้ลับชื่อดังเพื่อทำพิธีขับไล่ผี ทว่าในระหว่างพิธี อาร์นี แฟนหนุ่มของพี่สาวเดวิด ได้ท้าทายวิญญาณร้ายให้เข้ามาสิงในร่างของตนแทน ไม่กี่เดือนต่อมา อาร์นีได้ก่อเหตุแทง อลัน โบโน เสียชีวิต และอ้างว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่ปีศาจร้ายสั่งให้เขาทำ คดีนี้จึงกลายเป็นคดีฆาตกรรมครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ศาลสหรัฐฯ ที่ใช้การสิงสู่ของซาตานเป็นข้อต่อสู้ทางกฎหมาย
มุมมองจากนักวิจารณ์: ทำไม “พิพากษาปีศาจ” ถึงเป็นสารคดีอาชญากรรมที่ชวนระทึก?
The Devil on Trial (2023) ได้รับความสนใจอย่างมากในการหยิบคดีจริงเบื้องหลังภาพยนตร์ The Conjuring มาตีแผ่ นี่คือจุดเด่นสำคัญของสารคดีเรื่องนี้:
- หลักฐานเสียงและภาพถ่ายของจริงสุดหลอน (Chilling Real-Life Archival Evidence): การเปิดเผยเทปเสียงบันทึกเหตุการณ์การไล่ผีจริงในยุค 80 ช่วยสร้างบรรยากาศที่เย็นเยือกและน่าสะพรึงกลัวอย่างสมจริง
- การเปิดใจของผู้เกี่ยวข้องตัวจริง (First-Person Perspectives): การได้ฟังคำบอกเล่าจากปากของ เดวิด, อาร์นี และคนในครอบครัว ทำให้เห็นมิติทางจิตวิทยาและบาดแผลที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขามาหลายทศวรรษ
- การตั้งคำถามต่อความจริงและความเชื่อ (Skeptical & Balanced Inquiry): สารคดีไม่ได้ชี้นำความเชื่อด้านไสยศาสตร์เพียงด้านเดียว แต่นำเสนอมุมมองทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อสงสัยทางการแพทย์ได้อย่างแยบคาย