Once Upon a Time in Venice (2017) อหังการ ตามล่ากลางกรุงเวนิส
หากคุณคิดว่า John Wick คือหนังล้างแค้นเพื่อสุนัขที่ดุดันที่สุด “Once Upon a Time in Venice (2017)” ภายใต้ฝีมือการกำกับของ มาร์ก คัลเลน (Mark Cullen) จะพารสนิยมการดูหนังของคุณไปพบกับขั้วตรงข้ามที่มีทั้งความป่วน ความฮา และความระห่ำในแบบฉบับภาพยนตร์อินดี้-อาชญากรรม หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่หนังแอ็กชันเกรดบีทั่วไป แต่มันคือการคารวะภาพยนตร์แนวลอสแอนเจลิสนัวร์ (LA Noir) ที่ถูกย้อมสีสันให้จัดจ้านและเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันแบบตลกร้าย (Dark Comedy)
เรื่องย่อหนัง Once Upon a Time in Venice (2017)
เรื่องราวโฟกัสไปที่ชีวิตของ สตีฟ ฟอร์ด (นำแสดงโดย บรูซ วิลลิส – Bruce Willis) นักสืบเอกชนมาดกวนแห่งเมืองเวนิสบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์บนสเก็ตบอร์ด แต่แล้วความสงบสุขก็พังทลายลงเมื่อ “บัดดี้” สุนัขพันธุ์พ้อยเตอร์ตัวโปรดซึ่งเป็นเสมือนหัวใจของเขา ถูกขโมยไปโดยแก๊งค้ายาเสพติดขาใหญ่ประจำถิ่นที่มีหัวหน้าแก๊งสุดเพี้ยนอย่าง สไปเดอร์ (นำแสดงโดย เจสัน โมโมอา – Jason Momoa)
การเจรจาเพื่อแลกตัวประกันขนฟูจึงเริ่มต้นขึ้น แต่เงื่อนไขของสไปเดอร์นั้นไม่หมู เพราะสตีฟต้องยอมทำภารกิจสุดระห่ำเพื่อชดใช้หนี้และตามทวงคืนโคเคนมูลค่ามหาศาลที่ถูกขโมยไป สตีฟต้องร่วมมือกับเพื่อนซี้ผู้กำลังเผชิญวิกฤตวัยกลางคน (นำแสดงโดย จอห์น กู้ดแมน – John Goodman) ดิ่งลึกไปสู่โลกใต้ดินของแอลเอ ที่เต็มไปด้วยนักทวงหนี้ชาวยิว แก๊งมาเฟีย และเรื่องราวหักมุมสุดวายป่วง เพื่อช่วยชีวิตสุนัขสุดที่รักและรักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้ให้ได้!
ทำไมหนังเรื่องนี้ถึงคู่ควรกับการเปิดดูเพื่อความบันเทิง?
บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ: “Once Upon a Time in Venice ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการดึง ‘เสน่ห์ความกวน’ ในยุคหนุ่ม ๆ ของบรูซ วิลลิส กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง การแสดงที่ดูผ่อนคลายแต่เฉียบคม บวกกับการพลิกบทบาทมารับบทมาเฟียสุดเพี้ยนของเจสัน โมโมอา ทำให้เคมีของหนังคู่นี้กลายเป็นความต่างที่ลงตัวและน่าจดจำ”
- สีสันและบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ (Venice Beach Vibe): หนังใช้ฉากหลังของเวนิสบีชได้อย่างมีชีวิตชีวา ทั้งวัฒนธรรมสเก็ตบอร์ด ความหลากหลายของผู้คน และแสงแดดจ้า ซึ่งตัดกับความมืดหม่นของเนื้อหาแนวอาชญากรรมได้อย่างมีชั้นเชิง
- การเสียดสีขนบหนังนักสืบ: แทนที่จะเป็นนักสืบในสูทสากลสีเข้ม สตีฟ ฟอร์ด คือตัวแทนของนักสืบยุคใหม่ที่เปลือยกายสเก็ตบอร์ดหนีการตามล่า เป็นการทำลายขนบเดิม ๆ ของภาพยนตร์แนวนี้ได้อย่างเจ็บแสบและสนุกสนาน