Absolutely Anything (2015): อารมณ์ขันระดับปรมาจารย์ และตลกร้ายเสียดสีมนุษยชาติใน ‘พลังเพี้ยน เอเลี่ยนส่งข้ามโลก’
หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์คอมเมดี้ที่ไม่ใช่แค่เรียกเสียงฮาไปวันๆ แต่ซ่อนไว้ด้วยปรัชญาตลกร้ายอันชาญฉลาด “Absolutely Anything” (ชื่อภาษาไทย: พลังเพี้ยน เอเลี่ยนส่งข้ามโลก) ผลงานฉบับปี 2015 คือหนึ่งในเพชรเม็ดงามที่คุณไม่ควรพลาด นี่คือการโคจรมาพบกันของสุดยอดอัจฉริยะแห่งวงการคอมเมดี้อังกฤษ ซึ่งไม่เพียงแต่มอบเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แต่ยังตั้งคำถามได้อย่างเจ็บแสบว่า “ถ้ามนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งมีพลังพระเจ้าที่เนรมิตอะไรก็ได้… โลกนี้จะฉิบหายขนาดไหน?”
เรื่องย่อ Absolutely Anything (2015) พลังเพี้ยน เอเลี่ยนส่งข้ามโลก
เรื่องราวในภาพยนตร์เกิดขึ้นเมื่อสภาเอเลี่ยนผู้ทรงภูมิปัญญาจากอวกาศ กำลังตัดสินใจว่าจะทำลายล้างโลกมนุษย์ทิ้งดีหรือไม่ แต่เพื่อความยุติธรรม พวกเขาจึงเลือกมนุษย์สุ่มมาหนึ่งคนเพื่อเป็นตัวแทนทดสอบศีลธรรม โดยมอบ “พลังวิเศษเหนือธรรมชาติ” ที่สามารถเสกหรือดลบันดาลอะไรก็ได้ให้เป็นจริงเพียงแค่การโบกมือ และแจ็กพอตนั้นก็ตกเป็นของ Neil Clarke (รับบทโดย ไซมอน เพ็กก์) คุณครูโรงเรียนมัธยมธรรมดาๆ ผู้แสนจะธรรมดาและชีวิตค่อนข้างล้มเหลว
จากชายผู้ไร้ตัวตน นีลตื่นขึ้นมาพร้อมกับพลังที่สามารถเนรมิตได้ “ทุกสิ่งทุกอย่าง” (Absolutely Anything) ตั้งแต่การทำให้สุนัขคู่ใจอย่าง Dennis พูดภาษาอังกฤษได้ ไปจนถึงการเสกให้ตัวเองมีหุ่นเพอร์เฟกต์หรือดึงดูดความรักจาก Catherine (รับบทโดย เคท เบคคินเซล) หญิงสาวข้างบ้านที่เขาแอบรัก ทว่าความวุ่นวายระดับจักรวาลเริ่มต้นขึ้นเมื่อความปรารถนาของนีลไม่มีความรอบคอบ คำสั่งที่คลุมเครือและสัญชาตญาณความเห็นแก่ตัวอันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ทำให้พลังวิเศษนั้นย้อนกลับมาสร้างความปั่นป่วน วินาศสันตะโร และกลายเป็นเกมแห่งโชคชะตาที่เดิมพันด้วยความอยู่รอดของดาวเคราะห์โลกโดยที่เขาไม่รู้ตัว
3 เหตุผลที่คุณต้องดู “พลังเพี้ยน เอเลี่ยนส่งข้ามโลก (2015)”
- การแสดงคอมเมดี้ระดับท็อปฟอร์ม: ไซมอน เพ็กก์ พิสูจน์อีกครั้งว่าเขาคือราชาตลกหน้าตายที่สามารถแบกรับภาพยนตร์ทั้งเรื่องได้อย่างมีสไตล์และมีเสน่ห์ล้นเหลือ
- มุกตลกสไตล์อังกฤษที่เฉียบคม: ตัวหนังแฝงประเด็นปรัชญาและความตลกร้าย (Satire) ที่ตั้งคำถามว่ามนุษย์ควรคู่กับพลังอำนาจหรือไม่ ได้อย่างแนบเนียนและไม่น่าเบื่อ
- ความทรงจำสุดท้ายของ Robin Williams: การพากย์เสียงเป็นสุนัขของโรบิน วิลเลียมส์ เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ทิ้งไว้ให้แฟนภาพยนตร์ทั่วโลก