เนื้อเรื่องย่อ

By the Time It Gets Dark (2016) ดาวคะนอง – ภาพยนตร์ซ้อนภาพยนตร์ ภาพสะท้อนประวัติศาสตร์บาดแผล 6 ตุลา และการประกอบสร้างความทรงจำที่เลือนราง

ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวทดลอง ศิลปะชั้นสูง และภาพยนตร์อิสระไทยระดับสากล (Thai Experimental Cinema & Avant-Garde Narrative Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง By the Time It Gets Dark (2016) หรือ ดาวคะนอง (Dao Khanong) ผลงานการกำกับและเขียนบทของ อโนชา สุวิชากรพงศ์ (Anocha Suwichakornpong) คือหนึ่งในผลงานภาพยนตร์ไทยที่ทรงอิทธิพลและได้รับการยกย่องสูงสุดในเวทีเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติ ด้วยโครงสร้างการเล่าเรื่องแบบ “ภาพยนตร์ซ้อนภาพยนตร์” (Meta-Cinema), การสำรวจความทรงจำ บาดแผลทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย (โดยเฉพาะเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519), และการตั้งคำถามต่อความจริง มายาคติ และการบันทึกภาพเคลื่อนไหว

เรื่องย่อ: เศษเสี้ยวความทรงจำ ตัวตนคู่ขนาน และการเลือนหายของประวัติศาสตร์

เรื่องราวไม่ได้ดำเนินตามขนบเส้นตรงแบบภาพยนตร์ทั่วไป แต่เป็นการตัดต่อร้อยเรียงเศษเสี้ยวของหลายชีวิตที่ดูเหมือนเกี่ยวข้องกันและแยกขาดจากกันในเวลาเดียวกัน:

  • ผู้กำกับสาวและอดีตผู้นำนักศึกษา: “แอน” (ผู้กำกับภาพยนตร์) กำลังสัมภาษณ์ “ดาว” อดีตผู้นำนักศึกษาและนักเขียนหญิงที่เคยผ่านเหตุการณ์สังหารหมู่วันที่ 6 ตุลาคม 2519 เพื่อนำข้อมูลไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ทว่าบทสนทนาและความทรงจำกลับมีความคลุมเครือและไม่ปะติดปะต่อ
  • นักแสดงสาวและบทบาทสมมติ: เรื่องราวตัดสลับไปยังกองถ่ายภาพยนตร์ ที่ซึ่งนักแสดงสาวรับบทเป็นดาวในวัยสาว และเริ่มเผชิญกับภาวะสับสนระหว่างบทบาทการแสดงกับตัวตนจริง
  • ชีวิตของผู้คนธรรมดาในสังคม: หญิงสาวรับจ้างเปลี่ยนงานหลากหลายอาชีพ (ทั้งเด็กเสิร์ฟ พนักงานทำความสะอาด คนงาน) ที่ปรากฏตัวตามสถานที่ต่างๆ ราวกับเป็นตัวแทนของชนชั้นแรงงานไร้ตัวตนในหน้าประวัติศาสตร์
  • ดาราหนุ่มชื่อดังและวัฒนธรรมป็อป: นักแสดงชายดาวรุ่งที่ใช้ชีวิตท่ามกลางแสงสีและความนิยมของสังคมร่วมสมัย

เมื่อเรื่องราวดำเนินไป ขอบเขตระหว่างเรื่องเล่าในภาพยนตร์ กองถ่าย ความทรงจำส่วนบุคคล และปรากฏการณ์ธรรมชาติ (เช่น การเพาะเห็ด รา การเกิดสุริยุปราคา และระบบคอมพิวเตอร์ที่แฮงก์) ค่อยๆ ทลายลง นำพาผู้ชมไปสัมผัสกับสัจธรรมของการลืมเลือนและการเกิดดับของทุกสรรพสิ่ง

จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม

ดาวคะนอง (2016) โดดเด่นด้วย โครงสร้างการเล่าเรื่องแบบรื้อสร้าง (Deconstructive & Non-Linear Storytelling) ที่ท้าทายขนบการดูหนังทั่วไป การใช้ภาพที่มีสุนทรียศาสตร์งดงาม ลึกลับ และชวนครุ่นคิด ผสานกับการกำกับภาพที่ประณีตโดย ชัยพฤกษ์ เฉลิมพรพานิช และดนตรีประกอบที่สร้างบรรยากาศชวนสะกดจิต ผสานกับการแสดงที่เป็นธรรมชาติและเข้าถึงอารมณ์ของทีมนักแสดงแถวหน้าสายภาพยนตร์อินดี้ไทย เช่น วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, อารักษ์ อมรศุภศิริ (เป้ อารักษ์), อภิญญา สกุลเจริญสุข (สายป่าน), รัศมี เผ่าเหลืองทอง, และ เพ็ญพักตร์ ศิริกุล

ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การสำรวจมิติของการบันทึกประวัติศาสตร์และการลืมเลือน (A Profound Meditation on History, Memory, and Cinema) หนังสะท้อนให้เห็นว่าประวัติศาสตร์บาดแผลของไทยมักถูกตัดทอน บิดเบือน หรือถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา และภาพยนตร์เองก็เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการพยายาม “ประกอบสร้าง” ความทรงจำที่ไม่มีวันสมบูรณ์แบบ

ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม

  • ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 26: กวาด 3 รางวัลใหญ่ ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และลำดับภาพยอดเยี่ยม
  • การฉายและคว้ารางวัลในเทศกาลระดับโลก: เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโลการ์โน (Locarno), รอตเตอร์ดัม (Rotterdam) และโตรอนโต (TIFF)
  • การผสมผสานศิลปะภาพยนตร์กับปรัชญา: การตั้งคำถามเชิงอภิปรัชญาว่าด้วยความจริง กาลเวลา และการมีอยู่ของมนุษย์
  • ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Art House, Experimental, Avant-Garde, Historical Drama และ Independent Cinema: ผลงานภาพยนตร์ไทยระดับมาสเตอร์พีซที่เปิดโลกทัศน์ทางความคิดและมอบประสบการณ์ทางภาพยนตร์ที่ยากจะลืมเลือน

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง