เนื้อเรื่องย่อ

Deadpool 2 (2018): ความเกรียนคูณสอง แอ็กชันจัดเต็ม และการจิกกัดฮอลลีวูดแบบไร้ปรานี

ในปี 2018 “Deadpool 2” ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรท R จาก 20th Century Fox ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าภาคต่อสามารถยกระดับความมันส์และความฮาขึ้นไปอีกขั้นได้อย่างไร ในฐานะนักวิจารณ์ภาพยนตร์อาวุโส ผมขอจำกัดความเรื่องนี้ว่าเป็น “A Hilariously Self-Aware and Action-Packed Sequel” หนังยังคงจุดเด่นในการพังกำแพงที่สี่ (Fourth Wall Breaking) เพื่อแซวคนดูและจิกกัดอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างเผ็ดร้อน แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในภาคนี้คือ “หัวใจ” ของเรื่องราวที่เน้นเรื่องความผูกพันและคำว่าครอบครัว (ในแบบฉบับสุดเพี้ยน) บวกกับการได้ผู้กำกับสายบู๊มือดีอย่าง David Leitch (จาก John Wick) มารับไม้ต่อ ทำให้คิวบู๊มีความเฉียบคมและดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นี่คือ Deep Recommendation สำหรับคอหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ต้องการความแปลกใหม่ สะใจ และมุกตลกที่ไม่สนศีลธรรมใดๆ

เรื่องย่อฉบับเข้มข้น: เมื่อฮีโร่หน้าตาย ต้องกลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กและหัวหน้าทีม X-Force

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นหลังจาก “เวด วิลสัน” หรือเดดพูล ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิตจนจิตใจแตกสลาย เขาพยายามหาความหมายใหม่ของการมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งได้พบกับ “รัสเซล คอลลินส์” หรือ “ไฟสท์แคร็กเกอร์” เด็กหนุ่มกลายพันธุ์อารมณ์ร้ายที่มีพลังวิเศษในการปล่อยไฟ ซึ่งกำลังถูกตามล่าโดย “เคเบิล” ทหารไซบอร์กข้ามเวลาสุดโหดจากโลกอนาคตที่เดินทางมาเพื่อฆ่าเด็กคนนี้เพื่อหยุดยั้งโศกนาฏกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

เดดพูลตระหนักได้ว่านี่คือโอกาสในการทำความดีและไถ่บาปในใจ เขาจึงตัดสินใจปกป้องเด็กหนุ่มคนนี้ แต่ด้วยลำพังตัวเขาคงสู้ทหารอนาคตไม่ได้ เวดจึงประกาศรับสมัครเหล่าผู้มีพลังพิเศษและมนุษย์ธรรมดาที่มีความกล้า (หรือไม่มีที่ไป) มารวมตัวกันจัดตั้งทีมฮีโร่หน้าใหม่สุดฮาในชื่อ “X-Force” เพื่อเปิดศึกรับมือกับเคเบิล นำไปสู่การผจญภัยที่เต็มไปด้วยระเบิด คราบเลือด มุกตลกหน้าตาย และจุดพลิกผันที่ไม่มีซูเปอร์ฮีโร่ค่ายไหนกล้าทำ

ทำไม Deadpool 2 (2018) ถึงเป็นภาคต่อที่สมบูรณ์แบบและน่าจดจำ?

  • คิวบู๊ที่อัปเกรดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (Top-Tier Action): ด้วยฝีมือการกำกับของเดวิด ลิตช์ ทำให้ฉากแอ็กชันในภาคนี้มีความสร้างสรรค์และลื่นไหล ตั้งแต่ฉากไล่ล่าบนรถขนคุกไปจนถึงการปะทะกันระยะประชิดที่โหดและดิบ สะใจแฟนหนังฮาร์ดคอร์
  • การตบมุกจิกกัดระดับมาสเตอร์พีซ: หนังไม่ยอมละเว้นใครทั้งสิ้น ตั้งแต่การล้อเลียนจักรวาล DC, ค่าย Marvel, ภาพยนตร์ Wolverine, ไปจนถึงอดีตอันย่ำแย่ในวงการบันเทิงของตัว Ryan Reynolds เอง ซึ่งเอนด์เครดิต (Post-Credit Scenes) ของภาคนี้ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในเอนด์เครดิตที่ดีที่สุดและฮาที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์
  • เคมีนักแสดงและตัวละครใหม่ที่แย่งซีน: การเปิดตัวของ Cable (รับบทโดย Josh Brolin) มอบความดุดันและเป็นขั้วตรงข้ามกับเดดพูลได้อย่างยอดเยี่ยม และที่ขาดไม่ได้คือ Domino (รับบทโดย Zazie Beetz) สาวผู้มีพลังวิเศษคือ “ความโชคดี” ที่สร้างฉากแอ็กชันชวนอมยิ้มและน่าประทับใจทุกครั้งที่ปรากฏตัว

“Deadpool 2 คือเครื่องพิสูจน์ว่า… ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ไม่จำเป็นต้องอยู่กรอบระเบียบเดิมๆ เสมอไป มันสามารถหยาบคาย เลือดสาด และหลุดโลกได้เต็มคราบ ตราบใดที่มันยังมี ‘หัวใจ’ และความจริงใจส่งตรงไปถึงผู้ชม”

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง