Despicable Me (2010) มิสเตอร์แสบร้ายเกินพิกัด – วายร้ายจอมแผนการปะทะมหากาพย์ภารกิจกอบกู้โลกด้วยความรัก
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวแอนิเมชันครอบครัวผสมผสานคอมเมดี้สุดสร้างสรรค์ (Iconic Family Animation Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง Despicable Me (2010) หรือในชื่อภาษาไทยว่า มิสเตอร์แสบร้ายเกินพิกัด ผลงานการกำกับโดยสองผู้กำกับมือฉมัง ปิแอร์ โกฟิน (Pierre Coffin) และ คริส เรนอด (Chris Renaud) และให้เสียงพากย์โดยทัพซูเปอร์สตาร์ระดับโลกนำโดย สตีฟ คาเรลล์ (Steve Carell), เจสัน ซีเกล (Jason Segel) และ รัสเซล บรแอนด์ (Russell Brand) คือภาพยนตร์ชิ้นเอกแห่งปี 2010 ที่เปี่ยมด้วยความน่ารักของเหล่ามินเนี่ยน มุกตลกขบขัน และหัวใจอันอบอุ่นที่พร้อมจะสะกดสายตาผู้ชม ภาพยนตร์เรื่องนี้แจ้งเกิดปรากฏการณ์ความฟีเวอร์ระดับโลก เล่าเรื่องราวของสุดยอดวายร้ายผู้หมายมั่นปั้นมือจะขโมยดวงจันทร์ แต่แผนการกลับต้องพลิกผันเมื่อเขาต้องมารับเลี้ยงเด็กกำพร้าสาม姉妹 (สามสาวน้อย)
เรื่องย่อ: เมื่อวายร้ายผู้ยิ่งใหญ่ต้องกลายมาเป็นคุณพ่อจำเป็น
เรื่องราวอันชวนตื่นตาตื่นใจและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเริ่มต้นขึ้นเมื่อ กรู (รับบทโดย Steve Carell) ซูเปอร์วายร้ายผู้มีความภาคภูมิใจในความชั่วร้ายของตนเอง กำลังวางแผนก่ออาชญากรรมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ นั่นคือการ ขโมยดวงจันทร์ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับและขึ้นแท่นเป็นวายร้ายอันดับหนึ่งของโลก โดยมีกองทัพลูกสมืองกลสีเหลืองตัวจิ๋วสุดกวนอย่าง มินเนี่ยน (Minions) และ ดร.นอฟาริโอ คอยช่วยเหลือ
ทว่าแผนการอันแยบคายของกรูต้องสะดุดลงเมื่อ เวกเตอร์ (รับบทโดย Jason Segel) คู่แข่งวายร้ายรุ่นใหม่ไฟแรง ได้ชิงตัดหน้าขโมยปิรามิดกิซ่าไปครอง เพื่อที่จะเจาะเข้าไปในฐานที่มั่นของเวกเตอร์ กรูจึงต้องจำใจรับเลี้ยงเด็กหญิงกำพร้าสามพี่น้อง ได้แก่ มาร์โก, อีดิธ และ แอ็กเนส จากสถานสงเคราะห์เด็ก เพื่อใช้พวกเธอเป็นเครื่องมือในการทำภารกิจ แต่ทว่าความน่ารัก สดใส และความไร้เดียงสาของเด็กๆ กลับค่อยๆ หลอมละลายหัวใจที่เย็นชาของกรูทีละน้อย จนทำให้เขาต้องเลือกระหว่างความฝันที่จะเป็นสุดยอดวายร้ายกับการทำหน้าที่เป็น พ่อ ที่เด็กๆ รัก นำไปสู่บทสรุปอันตระการตา ฉากการผจญภัยสุดอลหม่าน และความอบอุ่นซาบซึ้งใจที่ตราตรึงผู้ชม
Despicable Me (2010) มิสเตอร์แสบร้ายเกินพิกัด โดดเด่นด้วย การสร้างบรรยากาศภาพยนตร์แอนิเมชันครอบครัวที่ผสมผสานความตลกขบขันอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับมิติทางอารมณ์อันลึกซึ้ง (Immersive Family Animation Atmosphere) ผู้กำกับสามารถควบคุมจังหวะการเล่าเรื่อง งานภาพดีไซน์ตัวละครสุดน่ารัก และการให้เสียงพากย์อันทรงพลังของ สตีฟ คาเรลล์ ได้อย่างไร้ที่ติ ผสมผสานเรื่องราวดราม่าครอบครัวเข้ากับความบันเทิงได้อย่างกลมกลืน
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การผสานพล็อตวายร้ายกลับใจเข้ากับการสร้างสรรค์ตัวละครป๊อปคัลเจอร์ระดับโลกอย่างมินเนี่ยนอันลุ่มลึก (A Masterclass in Animation Cinema) หนังสะท้อนให้เห็นพลังแห่งความรักและความผูกพันที่สามารถเปลี่ยนแปลงคนคนหนึ่งให้กลายเป็นคนที่ดีขึ้นได้ ซึ่งทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความสนุก ตื่นเต้น ฮาจนท้องแข็ง และทิ้งความประทับใจให้แก่คอหนังทุกเพศทุกวัยได้อย่างเต็มอิ่ม
ทำไม Despicable Me (2010) มิสเตอร์แสบร้ายเกินพิกัด ถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- ไอเดียพล็อตเรื่องสุดยอดวายร้ายวางแผนขโมยดวงจันทร์แต่ต้องมาเลี้ยงเด็กกำพร้า: การนำเสนอเรื่องราวแนวครอบครัวในมุมมองที่สดใหม่ ตลกขบขัน และคาดไม่ถึง
- การให้เสียงพากย์อันยอดเยี่ยมและมีเสน่ห์ของ สตีฟ คาเรลล์, เจสัน ซีเกล และการแจ้งเกิดของเหล่ามินเนี่ยนสุดกวน: การถ่ายทอดคาแรกเตอร์ความร้ายกาจที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนได้อย่างสมจริงและกินใจ
- บรรยากาศห้องทดลองลับสุดล้ำและบ้านชานเมือง, จังหวะมุกตลกโบ๊ะบ๊ะและฉากแอ็กชันปนซึ้ง, และความสุขแบบน็อนสต็อป: การเดินเรื่องที่กระชับ เต็มไปด้วยสถานการณ์น่ารักปนอลหม่านที่ออกแบบมาให้ผู้ชมต้องหลงรักตลอดเวลา
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนวแอนิเมชัน-คอมเมดี้และภาพยนตร์ครอบครัวระดับพรีเมียม: ภาพยนตร์เด่นที่ให้ทั้งความสุข เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และความคุ้มค่าในการรับชมครบรสสำหรับทุกคน