เนื้อเรื่องย่อ

The Drug King (2018) เจ้าพ่อสองหน้า – จากช่างทองตกอับสู่ราชายาเสพติดแห่งเอเชีย ความรุ่งโรจน์และจุดจบในปูซานยุค 70s

ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวอาชญากรรมชีวประวัติมหากาพย์และการขึ้นสู่อำนาจของเจ้าพ่อโลกมืด (Epic Crime Saga & Korean Period Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง The Drug King (2018) เจ้าพ่อสองหน้า หรือในชื่อภาษาเกาหลี Mayakwang (마약왕) ผลงานการกำกับของ อูมินโฮ (Woo Min-ho) ผู้กำกับชื่อดังจาก Inside Men และ The Man Standing Next คือภาพยนตร์อาชญากรรมย้อนยุคฟอร์มยักษ์ที่เปี่ยมด้วยสไตล์สุดจัดจ้าน, การจำลองบรรยากาศเมืองท่าปูซานในทศวรรษ 1970, การตีแผ่เครือข่ายส่งออกยาบ้า “Made in Korea” สู่ตลาดญี่ปุ่น, และการแสดงระดับท็อปคลาสของ ซงคังโฮ (Song Kang-ho) ในบท “อีดูซัม” ชายธรรมดาที่ทะเยอทะยานจนก้าวขึ้นมาเป็นราชายาเสพติดผู้ทรงอิทธิพล

เรื่องย่อ: ช่างประเมินทองลักลอบสู่อาณาจักรยาเสพติดและฟันเฟืองอำนาจรัฐ

เรื่องราวเกิดขึ้นในเมืองปูซาน ช่วงต้นทศวรรษ 1970 “อีดูซัม” (Lee Doo-sam) เป็นเพียงช่างทองระดับล่างที่รับจ้างตรวจเช็กทองคำและเพชรพลอยลักลอบเข้าเมือง ทว่าเมื่อเขาถูกดึงเข้าไปพัวพันกับขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดและถูกจับติดคุกแทนเจ้านาย เขาได้เรียนรู้ช่องทางและเครือข่ายการผลิตสารเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำลังเร่งพัฒนาเศรษฐกิจชาติ

หลังจากพ้นโทษ อีดูซัมตัดสินใจตั้งโรงงานผลิตยาเสพติดบริสุทธิ์สูงของตัวเองภายใต้แบรนด์ “Made in Korea” เพื่อส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นที่กำลังมีความต้องการสูง โดยอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายและการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยความฉลาดและเส้นสายที่ขยายใหญ่ขึ้น เขาได้จับมือกับ “คิมจองอา” (Kim Jeong-ah) ล็อบบี้ยิสต์สาวเชื้อสายชนชั้นสูงผู้มีคอนเนกชันกว้างขวางในแวดวงการเมืองระดับชาติ ส่งผลให้อีดูซัมกลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญและนักธุรกิจผู้รักชาติในสายตาสาธารณชน ทว่าในเงามืด เขาคือเจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดของเอเชีย การผงาดขึ้นของเขาดึงดูดความสนใจจาก “คิมอินกู” (Kim In-goo) อัยการหนุ่มตงฉินจากโซลที่กัดไม่ปล่อย พร้อมลากตัวอีดูซัมเข้าสู่การไล่ล่าและจุดตกต่ำอันบ้าคลั่ง

จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม

The Drug King (2018) โดดเด่นด้วย การถ่ายทอดบรรยากาศยุค 70s ที่มีสีสัน หรูหรา แต่แฝงด้วยความเสื่อมทรามและงานกำกับศิลป์สุดประณีต (Retro Aesthetic & Epic Narrative Arc) โทนภาพ แฟชั่นดิสโก้ และเพลงประกอบสะท้อนยุคสมัยการเร่งสร้างชาติของเกาหลีใต้ได้อย่างถึงแก่น ผสานกับการแสดงระดับมาสเตอร์พีซของ ซงคังโฮ ที่แสดงพัฒนาการตัวละครจากคนธรรมดาที่อ่อนน้อม กลายมาเป็นเจ้าพ่อผู้เย่อหยิ่ง หวาดระแวง และเสียสติจากฤทธิ์ยาเสพติดในฉากไคลแมกซ์ได้อย่างสะกดอารมณ์ ปะทะบทบาทกับ โจจองซอก (Cho Jung-seok) ในบทอัยการตงฉิน, แบดูนา (Bae Doona) ในบทล็อบบี้ยิสต์สาวพราวเสน่ห์, และ คิมแดมยอง (Kim Dae-myung)

ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การจิกกัดบริบททางประวัติศาสตร์และการเมืองเกาหลียุคเผด็จการ (A Satirical Critique of Capitalism, Nationalism, and Corruption) หนังชี้ให้เห็นอย่างตลกร้ายว่า ในยุคที่ประเทศหมกมุ่นอยู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการส่งออก แม้กระทั่งการค้ายาเสพติดก็ถูกบิดเบือนให้กลายเป็น “การหารายได้เข้าประเทศ” และสะท้อนว่าอำนาจที่สร้างขึ้นบนความหลอกลวงและความโลภ ย่อมพังทลายลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม

  • การแสดงระดับครูของ ซงคังโฮ: การโชว์ทักษะการแสดงตั้งแต่บทตลก ดราม่า ไปจนถึงความคลั่งขั้นสุดในฉากดวลปืนเดี่ยว
  • การประชันบทบาทของทัพนักแสดงแถวหน้า: การฟาดฟันระหว่าง ซงคังโฮ, โจจองซอก และ แบดูนา
  • งานสร้างและกำกับศิลป์ย้อนยุค 70s สุดอลังการ: การจำลองเมืองปูซาน แฟชั่น เสื้อผ้า และวัฒนธรรมยุคทองได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Crime Saga, Period Drama, Gangster, Biography และ Korean Cinema: ภาพยนตร์เจ้าพ่อเกาหลียุคคลาสสิกที่มอบความบันเทิง งานภาพทรงคุณค่า และแง่คิดทางประวัติศาสตร์

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง