The Hunt (2020) จับ ล่า ฆ่าโหด – เกมล่ามนุษย์สุดเดือด ตลกร้ายเลือดสาด และการเสียดสีขั้วการเมืองอเมริกันแบบแสบสัน
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวแอ็กชัน-สยองขวัญตลกร้ายและเสียดสีสังคมการเมือง (Satirical Survival Thriller & Dark Comedy Action Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง The Hunt (2020) จับ ล่า ฆ่าโหด ผลงานการกำกับของ เครก ซอบเบล (Craig Zobel) ภายใต้การดูแลของค่าย บลัมเฮาส์ โปรดักชันส์ (Blumhouse Productions) และเขียนบทโดย เดมอน ลินเดลอฟ (Damon Lindelof) คือภาพยนตร์เอาชีวิตรอดสุดระห่ำที่เปี่ยมด้วยความกล้าบ้าบิ่น, ฉากแอ็กชันนองเลือดสะใจ, และการจิกกัดความขัดแย้งทางการเมืองของสหรัฐฯ ได้อย่างเฉียบคม ภาพยนตร์พาผู้ชมไปติดตามกลุ่มคนแปลกหน้าที่ตื่นขึ้นมากลางทุ่งร้างเพื่อเป็นเหยื่อในเกมล่ามนุษย์ของกลุ่มอีลิทชั้นสูง ก่อนที่สถานการณ์จะพลิกผันเมื่อหนึ่งในเหยื่อคืออดีตทหารหญิงสายโหดที่พร้อมเอาคืนผู้ล่าอย่างสาสม
เรื่องย่อ: ทุ่งสังหารของชนชั้นสูงสู่การเอาคืนของเหยื่อสาวสุดแกร่ง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อคนแปลกหน้า 12 คนจากหลากหลายภูมิหลัง ถูกลักพาตัวมาตื่นขึ้นกลางทุ่งหญ้าอันเวิ้งว้างโดยถูกใส่ที่ปิดปากไว้ ตรงกลางลานมีกล่องไม้ใบใหญ่ที่บรรจุอาวุธนานาชนิดและลูกหมูหนึ่งตัว ทว่าทันทีที่พวกเขาเปิดกล่อง ห่ากระสุน ธนู และกับดักระเบิดก็เริ่มทำงานจากกลุ่มมือปืนลึกลับที่ซุ่มซ่อนอยู่ กลุ่มคนบริสุทธิ์ถูกสังหารไปทีละคนอย่างทารุณ ก่อนจะรู้ตัวว่าพวกเขาตกเป็น “เหยื่อ” ในเกมล่ามนุษย์เพื่อความบันเทิงของกลุ่มชนชั้นนำเสรีนิยมผู้ร่ำรวยที่เรียกตัวเองว่า “Manorgate”
ทว่าแผนการล่าที่สมบูรณ์แบบกลับต้องพังทลายลงเมื่อหนึ่งในเหยื่อคือ “คริสตัล ครีซี” (Crystal Creasy) อดีตทหารผ่านศึกหญิงที่มีทักษะการเอาชีวิตรอดและการรบระดับพระกาฬ เธอไม่เพียงแต่วิ่งหนีกับดักสังหารได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ยังเริ่มแกะรอยและเปิดฉากไล่ล่ากลุ่มอีลิททีละคนเพื่อมุ่งหน้าไปประจันหน้ากับ “อะธีนา สโตน” (Athena Stone) ซีอีโอสาวผู้เป็นหัวหน้าขบวนการล่ามนุษย์ นำไปสู่การดวลเดือดตัวต่อตัวที่มีชีวิตและศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
The Hunt (2020) โดดเด่นด้วย การสร้างสรรค์จังหวะเซอร์ไพรส์ที่ไม่สามารถคาดเดาชะตากรรมของตัวละครได้ตั้งแต่ต้นเรื่อง (Subversive Pacing & Brutal Shock-Value Sequences) หนังกล้าที่จะสับขาหลอกผู้ชมด้วยการกำจัดตัวละครที่ดูเหมือนเป็นตัวเอกทิ้งอย่างรวดเร็ว ผสานกับคิวบู๊ระยะประชิดที่ดิบ หนักแน่น และฉากการต่อสู้ด้วยมือเปล่าระหว่างผู้หญิงสองคนที่ดุเดือดสมจริง พร้อมการแสดงระดับมาสเตอร์พีซของ เบ็ตตี้ กิลปิน (Betty Gilpin) ในบทคริสตัล ที่ถ่ายทอดความนิ่ง เยือกเย็น ทรงพลัง และมีอารมณ์ขันหน้าตายได้อย่างน่าทึ่ง ปะทะกับ ฮิลารี สแวงก์ (Hilary Swank) เจ้าของสองรางวัลออสการ์ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การจิกกัดและเสียดสีความสุดโต่งของทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาในสังคมอเมริกัน (A Biting Satire of Political Polarization and Echo Chambers) หนังไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ชี้ให้เห็นถึงความไร้สาระของข่าวปลอม ทฤษฎีสมคบคิดในโลกอินเทอร์เน็ต และการด่วนตัดสินผู้อื่นจากป้ายกำกับทางการเมือง
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- การแสดงอันโดดเด่นและมีเสน่ห์ของ Betty Gilpin: คาแรกเตอร์สาวแกร่งสายลุยที่นิ่งเฉยแต่พร้อมสังหารศัตรูในพริบตา
- ฉากดวลหมัดสุดท้ายระหว่าง Betty Gilpin และ Hilary Swank: คิวบู๊ต่อสู้ในครัวที่ดุเดือด สมจริง และเจ็บปวดทุกจังหวะการปะทะ
- บทภาพยนตร์ตลกร้ายและการหักมุมที่คาดเดาไม่ได้: การเสียดสีค่านิยมสังคม ข่าวลือทางอินเทอร์เน็ต และการสับขาหลอกคนดู
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Action, Horror, Dark Comedy, Thriller และ Survival: ภาพยนตร์เกมล่ามนุษย์ฟอร์มสนุกที่เดินเรื่องฉับไว เลือดสาดสะใจ และมอบความบันเทิงแบบเต็มอิ่ม