Wag the Dog (1997): เสียดสีการเมืองสุดคมคาย เมื่อสงครามถูกเนรมิตขึ้นเพื่อกลบข่าวฉาวทำเนียบขาว
ผลงานกำกับตลกร้ายระดับตำนานของ แบร์รี เลวินสัน (Barry Levinson) ร่วมเขียนบทโดย เดวิด มาเมต (David Mamet) ดัดแปลงจากนวนิยายเรื่อง American Hero “Wag the Dog สองโกหกผู้เกรียงไกร” คือภาพยนตร์เสียดสีการเมืองและสื่อมวลชนที่เฉียบคมและทรงอิทธิพลที่สุดเรื่องหนึ่งของฮอลลีวูด
ภาพยนตร์เรื่องนี้ตีแผ่เบื้องลึกเบื้องหลังของกลยุทธ์การปั่นกระแสข่าว (Spin Doctor) และการควบคุมความคิดของมหาชนผ่านพลังแห่งภาพลวงตาของสื่อได้อย่างเจ็บแสบ ความน่าทึ่งคือเหตุการณ์ในหนังกลับมีความคล้ายคลึงกับสถานการณ์การเมืองจริงของสหรัฐฯ ในเวลาต่อมาอย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้หนังเรื่องนี้ขึ้นแท่นคลาสสิกเหนือกาลเวลา
เรื่องย่ออย่างเป็นทางการ (Official Plot)
ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะมาถึงเพียงสองสัปดาห์ เกิดข่าวอื้อฉาวสะเทือนทำเนียบขาวเมื่อประธานาธิบดีถูกกล่าวหาว่าลวนลามเด็กสาววัยรุ่นในห้องทำงานรูปไข่ เพื่อกอบกู้คะแนนนิยมและเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชน คอนราด บรีน (รับบทโดย Robert De Niro) นักวางแผนกลยุทธ์มือฉมังจึงถูกเรียกตัวเข้ามาช่วยแก้ไขวิกฤต บรีนตัดสินใจติดต่อ สแตนลีย์ มอตส์ (รับบทโดย Dustin Hoffman) โปรดิวเซอร์ระดับตำนานแห่งฮอลลีวูด เพื่อเนรมิตสงครามปลอมในแอลเบเนียขึ้นมา ทั้งคู่ร่วมกันสร้างฟุตเทจสงคราม จัดฉากผู้ลี้ภัย และแต่งเพลงสรรเสริญทหารผ่านศึกเพื่อปลุกกระแสรักชาติ ทว่าเมื่อเกมลวงโลกเริ่มบานปลาย การควบคุมความจริงกลับกลายเป็นเรื่องที่อันตรายเกินกว่าจะคาดคิด
มุมมองจากนักวิจารณ์: ทำไม “สองโกหกผู้เกรียงไกร” ถึงเป็นภาพยนตร์เสียดสีที่ยอดเยี่ยมที่สุด?
Wag the Dog (1997) ได้รับคำชมอย่างล้นหลามและเข้าชิงรางวัลออสการ์ ด้วยจุดเด่นสำคัญดังต่อไปนี้:
- การจับคู่ที่ไร้ที่ติของ เดอ นีโร และ ฮอฟฟ์แมน (Legendary On-Screen Chemistry): การแสดงบทบาทนักปั่นกระแสและผู้สร้างหนังฮอลลีวูดที่เปี่ยมด้วยไหวพริบ ความเจ้าเล่ห์ และจังหวะคอมเมดี้สุดแพรวพราว
- บทภาพยนตร์ที่หลักแหลมและเฉียบคม (Razor-Sharp Screenplay): บทสนทนาที่รวดเร็ว เต็มไปด้วยการจิกกัดวัฒนธรรมสื่อและการเมืองได้อย่างแสบสันต์และสะท้อนความจริง
- เนื้อหาที่ล้ำยุคและสะท้อนสังคมได้อย่างแม่นยำ (Visionary and Prescient Themes): การทำนายพลังของสื่อในการบิดเบือนข้อเท็จจริงที่ยังคงร่วมสมัยและทรงพลังจนถึงยุคปัจจุบัน