The Getaway King (2021) ยอดโจรต้องหนีเก่ง – ตำนานจอมโจรขวัญใจมวลชนกับการแหกคุก 29 ครั้งในยุคเปลี่ยนผ่านของโปแลนด์
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวแอ็กชัน-คอมเมดี้อาชญากรรมย้อนยุคดัดแปลงจากเรื่องจริง (Stylish Retro Crime-Comedy & Folk-Hero Biopic Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง The Getaway King (2021) ยอดโจรต้องหนีเก่ง หรือชื่อดั้งเดิม Najmro: Kocha, kradnie, szanuje ผลงานการกำกับของ มาเตอุช ราคอวิกซ์ (Mateusz Rakowicz) คือหนึ่งในภาพยนตร์โปแลนด์บน Netflix ที่เปี่ยมด้วยสไตล์อันจัดจ้าน, อารมณ์ขันอันแพรวพราว, และการบันทึกภาพสังคมยุคคอมมิวนิสต์ได้อย่างมีสีสัน ภาพยนตร์พาผู้ชมไปติดตามชีวิตจริงของ “ซด์ซิสวัฟ นัจมรอดสกี” (Zdzisław Najmrodzki) หรือ “นัจมโร” ราชาแห่งการหลบหนีผู้ปล้นร้านค้าปลอดภาษีและขโมยรถยนต์นับร้อยคัน พร้อมทั้งสร้างสถิติแหกคุกหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจถึง 29 ครั้งจนกลายเป็นตำนานวีรบุรุษนอกกฎหมาย
เรื่องย่อ: จอมโจรมาดเท่ แผนแหกคุกสุดแสบ และความรักที่เปลี่ยนชีวิต
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วงทศวรรษ 1970 ถึง 1980 ภายใต้การปกครองของระบอบคอมมิวนิสต์ในโปแลนด์ นัจมโร จอมโจรสุภาพบุรุษผู้รักอิสระและชื่นชอบชีวิตหรูหรา ได้รวมกลุ่มกับเพื่อนสนิทออกปฏิบัติการปล้นร้านค้าของรัฐ (Pewex) และขโมยรถยนต์ยอดนิยมอย่างโปโลเนซ (Polonez) โดยยึดหลักการไม่ใช้อาวุธทำร้ายใคร แม้จะถูกตำรวจตามจับได้หลายครั้ง แต่นัจมโรก็สามารถใช้ไหวพริบ ความคล่องตัว และแผนการอันแยบยลแหกคุกหนีรอดออกมาได้ถึง 29 ครั้ง ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของประชาชนที่มองเขาเป็นสัญลักษณ์ของการท้าทายอำนาจรัฐ
ทว่าชีวิตอันโลดโผนของเขาก็มาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อเขาได้พบรักกับหญิงสาวผู้ทำงานในโรงภาพยนตร์ ความรักครั้งนี้จุดประกายให้นัจมโรอยากวางมือและเริ่มต้นชีวิตธรรมดา แต่การถอนตัวจากวงการอาชญากรรมไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อนายตำรวจคู่ปรับที่ไม่ยอมลดละยังคงตามล่าเขาอย่างหนัก ขณะเดียวกัน ระบอบคอมมิวนิสต์ในประเทศกำลังล่มสลายลง นัจมโรจึงต้องวางแผนหลบหนีครั้งสุดท้ายเพื่ออิสรภาพที่แท้จริงและอนาคตเคียงข้างคนที่เขารัก
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
The Getaway King (2021) โดดเด่นด้วย งานกำกับศิลป์สไตล์เรโทรป๊อปที่เต็มไปด้วยสีสันสดใส จังหวะการตัดต่อที่ฉับไว และดนตรีประกอบยุค 80s สุดเร้าใจ (Dynamic Neon-Retro Aesthetics & High-Paced Energy) ผู้กำกับเลือกใช้มุมกล้องและการเคลื่อนไหวแบบสโลว์โมชันสุดเก๋ที่ให้กลิ่นอายภาพยนตร์แนว Baby Driver และงานของ กาย ริตชี (Guy Ritchie) ผสานกับการแสดงอันทรงเสน่ห์ของ ดาวิด อ็อกรอดนิก (Dawid Ogrodnik) ที่ถ่ายทอดตัวตนของนัจมโรได้อย่างยียวน อบอุ่น และเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ปะทะบทบาทกับ โรเบิร์ต วิกีวิกซ์ (Robert Więckiewicz) ในบทนายตำรวจคู่ปรับได้อย่างสนุกสนาน
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การสะท้อนภาพประวัติศาสตร์ยุคเปลี่ยนผ่านของโปแลนด์ผ่านแว่นตาของความหวังและเสรีภาพ (A Vibrant Ode to Individual Freedom and Rebellion) หนังแสดงให้เห็นว่าการปล้นและการหลบหนีของนัจมโรไม่ใช่เพียงการก่ออาชญากรรม แต่เป็นตัวแทนของความปรารถนาในการมีชีวิตที่มีสีสันและเป็นอิสระจากกรอบอันเทาหม่นของระบอบเผด็จการในยุคนั้น
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- เรื่องจริงของราชาแห่งการแหกคุก 29 ครั้ง: พล็อตเรื่องชีวประวัติสุดเหลือเชื่อของจอมโจรตัวจริงในประวัติศาสตร์โปแลนด์
- งานภาพและสไตล์ย้อนยุค 80s สุดจัดจ้าน: โทนสีนีออน เสื้อผ้าวินเทจ และฉากแอ็กชันไล่ล่าที่ออกแบบมาอย่างมีสไตล์และลื่นไหล
- เสน่ห์และการแสดงของ Dawid Ogrodnik: การสวมบทบาทจอมโจรสุภาพบุรุษที่ทำให้ผู้ชมหลงรักและคอยเอาใจช่วยตลอดเวลา
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Action, Comedy, Crime และ Retro Biopic: ภาพยนตร์อาชญากรรมเบาสมองบน Netflix ที่มอบทั้งความสนุก ความฮา และความประทับใจ