Hotel Transylvania 2 (2015) โรงแรมผี หนีไปพักร้อน ภาค 2
เมื่อความรักระหว่างมนุษย์และอสุรกายทลายกำแพงความกลัวลงในภาคแรก “Hotel Transylvania 2 (2015)” ของผู้กำกับ เจนน์ดี ทาร์ทาโกฟสกี (Genndy Tartakovsky) จึงไม่ได้เป็นแค่ภาพยนตร์ภาคต่อที่เน้นมุกตลกไปวัน ๆ แต่หากมันคือการขยายจักรวาลแอนิเมชันที่เติบโตขึ้น พร้อมทั้งหยิบยกประเด็น “ช่องว่างระหว่างวัย” และ “การยอมรับในตัวตน” มาเล่าได้อย่างคมคายและเปี่ยมไปด้วยพลังใจ
เรื่องย่อ Hotel Transylvania 2 (2015)
ในภาคนี้ โรงแรมสุดหลอนของท่านนับแดรกคิวลา (Dracula) ได้เปิดประตูต้อนรับแขกที่เป็นมนุษย์อย่างเป็นทางการแล้ว! ทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดี เมวิส (Mavis) และ โจนาธาน (Jonathan) แต่งงานกันและให้กำเนิดลูกชายสุดน่ารักนามว่า “เดนนิส” (Dennis) แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อเดนนิสอายุจวนจะครบ 5 ขวบแล้ว แต่กลับยังไม่มีวี่แววว่า “เขี้ยวแวมไพร์” จะงอกออกมาเลยสักนิด!
เมื่อเมวิสเริ่มวางแผนที่จะย้ายไปใช้ชีวิตในโลกมนุษย์เพื่อความปลอดภัยของลูก แดรกคิวลาผู้เป็นตาจึงอยู่เฉยไม่ได้ เขาวางแผนส่งเมวิสและโจนาธานไปพักร้อน ก่อนจะร่วมมือกับแก๊งเพื่อนผีสุดเพี้ยนอย่าง แฟรงเกนสไตน์, มัมมี่, มนุษย์หมาป่า และมนุษย์ล่องหน จัดฉาก “ค่ายฝึกสัตว์ประหลาด” สุดฮาเพื่อปลุกสัญชาตญาณแวมไพร์ในตัวหลานชายให้ตื่นขึ้น ก่อนที่ทุกอย่างจะโกลาหลยิ่งกว่าเดิมเมื่อ “วลาด” (Vlad) คุณทวดแวมไพร์หัวโบราณเดินทางมาเยี่ยมโรงแรมนีโดยไม่ได้นัดหมาย!
ทำไม Hotel Transylvania 2 ถึงเป็นแอนิเมชันเหนือกาลเวลา?
บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ: “เสน่ห์ของ Hotel Transylvania 2 ไม่ใช่แค่ลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์หรือจังหวะตลกแบบการ์ตูนคลาสสิก (Slapstick Comedy) แต่หัวใจหลักของภาคนี้คือการตั้งคำถามสะท้อนสังคมผ่านตัวละครแดรกคิวลา ว่าเรากำลัง ‘รักและยอมรับ’ ในสิ่งที่ลูกหลานเป็น หรือเราแค่กำลัง ‘บังคับ’ ให้เขาเป็นในสิ่งที่เราอยากให้เป็นกันแน่”
- การปะทะกันของ 3 เจนเนอเรชั่น (3 Generations Conflict): หนังเล่าเรื่องได้ทรงพลังผ่านตัวแทน 3 วัย คือ วลาด (คนรุ่นเก่าที่ไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง), แดรกคิวลา (คนรุ่นกลางที่พยายามปรับตัวแต่ยังยึดติด) และ เมวิส-โจนาธาน (คนรุ่นใหม่ที่รักอิสระ) ทำให้เข้าถึงผู้ชมทุกเพศทุกวัยในครอบครัว
- งานภาพและจังหวะคอมเมดี้ระดับท็อปฟอร์ม: ทีมสร้าง Sony Pictures Animation ยังคงรักษามาตรฐานความลื่นไหลของอนิเมชันที่รวดเร็ว ฉับไว และการใช้เสียงพากย์ของ อดัม แซนด์เลอร์ (Adam Sandler) ที่มอบจิตวิญญาณให้แดรกคิวลากลายเป็นหนึ่งในแดดดี้ที่น่าเอ็นดูที่สุดในโลกภาพยนตร์