Kindergarten Cop 2 (2016): การคัมแบ็กของภารกิจลับสุดป่วน และเมื่อกล้ามใหญ่ต้องสยบให้เด็กแสบยุคดิจิทัล
หากคุณเคยประทับใจกับความฮาระดับคลาสสิกของ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ ในปี 1990 ภาพยนตร์ภาคต่ออย่าง “Kindergarten Cop 2” (ชื่อภาษาไทย: ตำรวจเหล็ก ปราบเด็กแสบ 2) ในปี 2016 คือการปลุกฟื้นจิตวิญญาณความสนุกนั้นให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในบริบทที่ทันสมัยขึ้น นี่ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์สูตรสำเร็จทั่วไป แต่มันคือมาสเตอร์คลาสของการทำหนังแนว “Fish out of water” (การวางตัวละครไว้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง) ที่หยิบเอาความต่างสุดขั้วระหว่างโลกของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและโลกของเด็กอนุบาลมาขยี้ได้อย่างมีชั้นเชิงและเปี่ยมด้วยอารมณ์ขัน
เรื่องย่อ Kindergarten Cop 2 (2016) ตำรวจเหล็ก ปราบเด็กแสบ 2
เรื่องราวในภาคนี้โฟกัสไปที่ Zack Reed (รับบทโดย ดอล์ฟ ลันด์เกรน) เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ (FBI) รุ่นใหญ่สายลุยผู้บ้าพลังและเคร่งขรึม เขาได้รับมอบหมายภารกิจระดับชาติในการตามล่ากู้คืนข้อมูลแฟลชไดรฟ์ที่บรรจุ “รายชื่อพยานในโครงการคุ้มครองพยาน” ของรัฐบาล ซึ่งถูกคนร้ายขโมยไป ทว่าเบาะแสเดียวที่มีอยู่กลับระบุว่า แฟลชไดรฟ์ลับสุดยอดชิ้นนี้ถูกซ่อนอยู่ในโรงเรียนอนุบาลสุดหรูและหัวก้าวหน้าแห่งหนึ่ง
เพื่อไม่ให้กลุ่มมาเฟียรัสเซียค้นเจอซะก่อน แซ็ก รีด จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมสลัดคราบเจ้าหน้าที่ถือปืนสุดโหด มารับภารกิจแฝงตัวเป็น “คุณครูโรงเรียนอนุบาล” ฝ่าฟันสมรภูมิที่น่ากลัวกว่าดงกระสุน นั่นคือการรับมือกับกลุ่มเด็กแก๊งอนุบาลยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความแสบ ความป่วน และตรรกะสุดเพี้ยนที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน แซ็กต้องพยายามรักษาสมดุลระหว่างการค้นหาของกลางหลักฐาน ไปพร้อมๆ กับการควบคุมห้องเรียนที่ไร้ระเบียบ และการเอาชนะใจเด็กๆ รวมถึงเพื่อนร่วมงาน โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าภารกิจปราบเด็กแสบครั้งนี้ จะเปลี่ยนทัศนคติและหัวใจอันแข็งกร้าวของเขาไปตลอดกาล
ทำไมภาพยนตร์เรื่องนี้ถึงเป็น “หนังคลายเครียด” ชั้นเลิศ
- การพลิกบทบาทครั้งประวัติศาสตร์ของ ดอล์ฟ ลันด์เกรน (Action Star Tough Guy-Turned-Teacher): เสน่ห์ที่โกงที่สุดของเรื่องคือการได้เห็นนักบู๊ร่างยักษ์ความสูงกว่า 190 ซม. ต้องมาเต้นระบำ ทำอาหารออร์แกนิก และโดนเด็กๆ แกล้งจนมุม ซึ่งดอล์ฟแสดงออกมาได้น่ารัก ทะเล้น และมีเสน่ห์แบบแดดดี้ (Daddy) ยุคใหม่
- มุกตลกล้อเลียนความต่างระหว่างวัย (Generational Satire): บทภาพยนตร์ทำได้ดีมากในการนำเสนอความต่างระหว่าง “ลุงเอฟบีไอยุคเก่า” กับ “เด็กอนุบาลยุคไฮเทค” ที่ใส่ใจเรื่องมังสวิรัติและการเลี้ยงดูแบบห้ามดุด่า เกิดเป็นสถานการณ์คอมเมดี้ที่ทันสมัยและเฉียบคม
- ความบันเทิงที่ดูได้ทั้งครอบครัว (Perfect Family Movie): หนังตอบโจทย์ความเป็นฟีลกู๊ด (Feel-good) นอกจากฉากแอ็กชันสืบสวนที่เบาสมองแล้ว ยังสอดแทรกข้อคิดเรื่องการเปิดใจ ความรัก และมิตรภาพบริสุทธิ์ระหว่างครูกับนักเรีย