เนื้อเรื่องย่อ

Bullet Train (2022) – ระห่ำด่วน ขบวนนักฆ่า กระเป๋าเอกสาร รถไฟชินคันเซ็น โชคชะตาเล่นตลก สู่ภาพยนตร์แอ็กชัน-คอเมดี้รวมพลนักฆ่าระดับพระกาฬของ เดวิด ลิตช์ และ แบรด พิตต์

ในฐานะภาพยนตร์แอ็กชัน-คอเมดี้ตลกร้ายความเร็วสูง (High-Octane Action Comedy Masterpiece) Bullet Train (2022) หรือในชื่อไทย ระห่ำด่วน ขบวนนักฆ่า ผลงานการกำกับของ เดวิด ลิตช์ (David Leitch อดีตผู้กำกับร่วม John Wick และผู้กำกับ Deadpool 2) ดัดแปลงจากนวนิยายขายดีสัญชาติญี่ปุ่นเรื่อง Maria Beetle ของ โคทาโร อิซากะ (Kotaro Isaka) คือภาพยนตร์ที่จับเอานักฆ่าหลากสัญชาติขึ้นไปขังรวมกันไว้บนรถไฟหัวกระสุนที่วิ่งด้วยความเร็วสูงจากโตเกียวสู่เกียวโต ผสมผสานคิวบู๊ระยะประชิดอันเฉียบขาด เข้ากับบทสนทนาตลกร้ายและการหักเหลี่ยมชิงไหวชิงพริบได้อย่างมีสไตล์ นำแสดงโดย แบรด พิตต์ (Brad Pitt), แอรอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน (Aaron Taylor-Johnson), ไบรอัน ไทรี เฮนรี (Brian Tyree Henry), โจอี้ คิง (Joey King), แอนดรูว์ โคจิ (Andrew Koji) และ ฮิโรยูกิ ซานาดะ (Hiroyuki Sanada)

เรื่องย่อ: ภารกิจชิงกระเป๋าเงินง่ายๆ สู่ขบวนรถไฟดักซุ่มของเหล่านักฆ่ามือฉมัง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เลดี้บั๊ก (รับบทโดย แบรด พิตต์) นักฆ่ารับจ้างผู้คิดว่าตัวเองเป็นคนดวงซวยที่สุดในโลกและเพิ่งผ่านการบำบัดฟื้นฟูจิตใจ ได้รับภารกิจด่วนแทนเพื่อนร่วมงานที่ป่วย ให้ขึ้นไปชิงกระเป๋าเอกสารสีเงินลึกลับบนรถไฟชินคันเซ็นขบวนมุ่งหน้าสู่เมืองเกียวโต งานที่ควรจะง่ายดายเพียงแค่ “ขึ้นรถไฟ ฉกกระเป๋า แล้วเดินลงสถานีถัดไป” กลับกลายเป็นหายนะเมื่อเขาพบว่าบนรถไฟขบวนนี้เต็มไปด้วยนักฆ่าระดับหัวกะทิที่ต่างขึ้นมาพร้อมภารกิจที่เกี่ยวพันกันโดยไม่คาดคิด

บนขบวนประกอบไปด้วย “ส้มกับมะนาว” หรือ แทนเจอรีน (แอรอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน) และ เลมอน (ไบรอัน ไทรี เฮนรี) สองคู่หูนักฆ่าพี่น้องต่างสายเลือดผู้หลงใหลในแอนิเมชันรถไฟโทมัส ที่ได้รับมอบหมายให้นำกระเป๋าใบนั้นและตัวลูกชายของเจ้าพ่อมาเฟียรัสเซียจอมโหด “เดอะ ไวท์เดธ” (The White Death) ไปส่งมอบที่ปลายทาง, พรินซ์ (โจอี้ คิง) เด็กสาวในชุดนักเรียนหน้าใสแต่จิตใจอำมหิตที่วางแผนแก้แค้น, ยูอิจิ คิมูระ (แอนดรูว์ โคจิ) มือสังหารผู้ต้องการล้างแค้นคนที่ผลักลูกชายของเขาตกตึก, และ เดอะ วูล์ฟ (แบด บันนี) นักฆ่าเลือดร้อนจากเม็กซิโกที่พุ่งเป้ามาล้างแค้นให้เจ้าสาวของตน

เมื่อกระเป๋าเงินถูกสับเปลี่ยนและคนบนรถไฟเริ่มทยอยตาย เลดี้บั๊กต้องงัดสารพัดสิ่งของรอบตัวมาใช้ป้องกันชีวิต ท่ามกลางสถานการณ์ที่รถไฟแล่นทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงโดยไม่สามารถหยุดได้ จนกระทั่งปลายทางเปิดเผยแผนการจัดฉากล้างแค้นของ เดอะ ไวท์เดธ ที่ตั้งใจดึงทุกคนมารวมตัวกันเพื่อปิดบัญชีเลือดในคราวเดียว

สุนทรียะแห่งป๊อปคัลเจอร์ คิวบู๊ในพื้นที่แคบ และเคมีคู่หูสุดจี๊ด

Bullet Train (2022) โดดเด่นด้วยการคุมโทนภาพสไตล์นีโอนัวร์ผสมป๊อปอาร์ต (Neo-Noir Pop Aesthetics) แสงสีนีออนฉูดฉาดของญี่ปุ่นยุคไซเบอร์ถูกเนรมิตขึ้นมาอย่างจัดจ้าน การออกแบบคิวบู๊ของ เดวิด ลิตช์ เน้นการต่อสู้ในพื้นที่จำกัด (Close-quarters Combat) เช่น ตู้โดยสาร ทางเดินแคบๆ และห้องน้ำ โดยหยิบจับสิ่งของธรรมดาอย่างขวดน้ำ กระเป๋าเอกสาร หรือแม้แต่ไม้เท้ามาเป็นอาวุธสังหารได้อย่างสร้างสรรค์

ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ บทสนทนาที่กวนประสาทและจังหวะตลกร้ายที่แม่นยำ โดยเฉพาะเคมีอันเหลือล้นของ แทนเจอรีน และ เลมอน ที่ขโมยซีนได้ในทุกฉาก ขณะที่ แบรด พิตต์ ถ่ายทอดบทบาทนักฆ่าสายสันติวิธีผู้พยายามปล่อยวางแต่กลับถูกโชคชะตากระหน่ำซ้ำเติมได้อย่างเป็นธรรมชาติ หนังร้อยเรียงทฤษฎีความบังเอิญและโชคชะตาตามสไตล์ โคทาโร อิซากะ ได้อย่างสนุกสนาน ตบท้ายด้วยฉากแอ็กชันรถไฟตกรางช่วงไคลแมกซ์ที่ระเบิดความมันส์ระดับวินาศสันตะโร

ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?

  • คิวบู๊พื้นที่แคบระดับท็อปฟอร์ม: ผลงานการกำกับของ เดวิด ลิตช์ ที่เนรมิตฉากแอ็กชันบนรถไฟได้อย่างสดใหม่ ว่องไว และสะใจ
  • แบรด พิตต์ ในบทนักฆ่าดวงกุด: การแสดงแนวคอเมดี้แอ็กชันที่เปี่ยมเสน่ห์ กวนอารมณ์ และน่าเอาใจช่วยตลอดทั้งเรื่อง
  • คู่หู ‘แทนเจอรีน & เลมอน’: เคมีนักแสดงระดับปรากฏการณ์ที่ทำให้ฉากคุยเรื่องรถไฟโทมัสกลายเป็นมุกคลาสสิก
  • การเล่าเรื่องแบบหักมุมหลายชั้น: พล็อตผูกปมชะตากรรมของนักฆ่าทุกคนเข้าด้วยกันอย่างแยบยลและคาดเดาไม่ได้
  • ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Action, Dark Comedy, Thriller, Crime, Pop-Culture: ภาพยนตร์แอ็กชันสายบันเทิงแท้ๆ ที่ดูสนุก เพลิดเพลิน และอัดแน่นด้วยความมันส์แบบนอนสต็อป

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง