X-Men 8 Apocalypse เอ็กซ์-เม็น อะพอคคาลิปส์ (2016): สงครามล้างโลกปะทะมิวแทนต์บรรพกาลกับการรวมพลังของเหล่าเอ็กซ์-เม็นรุ่นใหม่
มหากาพย์ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่รวมทีมมนุษย์กลายพันธุ์ “X-Men 8 Apocalypse เอ็กซ์-เม็น อะพอคคาลิปส์ (2016)” ภาคต่อโดยตรงของ Days of Future Past ที่พาแฟรนไชส์เอ็กซ์-เม็นก้าวเข้าสู่ยุคทศวรรษ 1980 อย่างเต็มตัว พร้อมการเปิดตัว อะพอคคาลิปส์ วายร้ายระดับพระเจ้าผู้เป็นมิวแทนต์คนแรกของโลก
ผู้กำกับ ไบรอัน ซิงเกอร์ (Bryan Singer) นำพาความตื่นตาตื่นใจของสงครามพลังพิเศษระดับทำลายล้างโลกมาผสานเข้ากับการเติบโตของเหล่าตัวละครรุ่นเยาว์ ถ่ายทอดความขัดแย้งของอุดมการณ์ ความสูญเสีย และการยอมรับพลังในตนเองเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำและผู้พิทักษ์แห่งยุคใหม่
เรื่องย่ออย่างเป็นทางการ (Official Plot)
เอน ซาบาห์ นูร์ หรือ อะพอคคาลิปส์ (รับบทโดย Oscar Isaac) มิวแทนต์ตนแรกและทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ ได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลนับพันปีในอียิปต์โบราณ เมื่อเห็นความเสื่อมทรามของโลกในยุค 1983 เขาจึงรวบรวมเหล่าจตุรอาชา (Four Horsemen) รวมถึง แม็กนีโต (รับบทโดย Michael Fassbender) ผู้กำลังโศกเศร้าจากการสูญเสียครอบครัว เพื่อทำลายล้างอารยธรรมมนุษย์และสร้างโลกใหม่ โปรเฟสเซอร์ ชาร์ลส์ เซเวียร์ (รับบทโดย James McAvoy) ถูกลักพาตัวไป ทำให้ มิสทีค (รับบทโดย Jennifer Lawrence) ต้องนำทีมมิวแทนต์รุ่นใหม่ อาทิ ไซคลอปส์, จีน เกรย์ และ ไนท์ครอว์เลอร์ รวมพลังต่อสู้เพื่อหยุดยั้งวันสิ้นโลก
มุมมองจากนักวิจารณ์: ทำไม “เอ็กซ์-เม็น อะพอคคาลิปส์” ถึงเป็นศึกใหญ่ที่แฟนซูเปอร์ฮีโร่ต้องชม?
X-Men: Apocalypse (2016) เต็มไปด้วยฉากแอ็กชันขนาดมหึมาและการปูทางสู่อนาคตของจักรวาลมนุษย์กลายพันธุ์ ด้วยจุดเด่นสำคัญ:
- ฉากแอ็กชันสโลว์โมชั่นระดับไอคอนของ Quicksilver (Iconic Super-Speed Sequence): ฉากการช่วยเหลือสุดตระการตาประกอบเพลง Sweet Dreams ที่สร้างความประทับใจและเป็นไฮไลต์เด็ดของเรื่อง
- การแจ้งเกิดของทีมเอ็กซ์-เม็นรุ่นเยาว์ (Introduction of Young X-Men): การรับบท ไซคลอปส์ และ จีน เกรย์ โดยนักแสดงรุ่นใหม่ที่เปี่ยมเสน่ห์ และฉากการปลดปล่อยพลังฟีนิกซ์อันน่าเกรงขาม
- ดราม่าอันทรงพลังของ Magneto (Deep Emotional Arc): การแสดงอันยอดเยี่ยมของ Michael Fassbender ที่ถ่ายทอดความแค้น ความสูญเสีย และความขัดแย้งในใจได้อย่างทรงพลัง